ชื่อพื้นเมือง / อื่นๆ : ไทรทอง, นิโครธ (กรุงเทพฯ), ลุง (เหนือ), ฮาง (อีสาน), ไทรระย้า
ชื่อสามัญ (อังกฤษ): East Indian Fig
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ficus altissima Blume
ชื่อวงศ์ : MORACEAE
ถิ่นกำเนิด : มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ โดยเฉพาะในประเทศอินเดีย ศรีลังกา และปากีสถาน
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
ลำต้น : ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 20-30 เมตร แตกกิ่งก้านสาขามาก ทรงพุ่มแผ่กว้าง ลำต้นมีรากอากาศห้อยลงมา เมื่อถึงพื้นจะเจริญเป็นลำต้นเสริมช่วยพยุงต้น เปลือกต้นสีเทาเรียบ ทุกส่วนของต้นมีน้ำยางสีขาว
ใบ : ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปไข่หรือรูปรี ปลายใบมนหรือแหลมสั้น แผ่นใบหนาและเหนียว ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน มีขนอ่อนนุ่มปกคลุมอยู่ตามท้องใบและก้านใบ
ดอก : ออกเป็นช่อดอกกลมๆ คล้ายผล (Syconium) ตามซอกใบ ดอกมีขนาดเล็กมากอยู่ภายในฐานรองดอกที่ปิดสนิท โดยมีแมลง (ต่อไทร) ช่วยในการผสมเกสร
ผลและเมล็ด : ผลทรงกลมหรือรูปไข่ขนาดเล็ก ไม่มีก้านผล ออกเป็นคู่ตามซอกใบ ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีแดงส้มหรือชมพู เป็นอาหารของนกและสัตว์ขนาดเล็ก ภายในมีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก
สรรพคุณทางยา :
เปลือกต้น : ใช้ต้มน้ำดื่มช่วยแก้ท้องร่วง บิด และช่วยสมานแผล
น้ำยาง : ใช้ทาแก้กามโรค แก้ริดสีดวงทวาร หรือใช้หยอดแก้ปวดหู
รากอากาศ : นำมาต้มดื่มช่วยขับปัสสาวะ แก้เบาหวาน และบำรุงโลหิต
ใบ : ใช้ปิ้งไฟให้ร้อนแล้วพอกฝี ช่วยให้ฝีแตกและยุบเร็วขึ้น
คุณค่าทางโภชนาการ :
ในทางโภชนาการไม่ได้นำส่วนใดมาบริโภคเป็นอาหารหลัก แต่ในทางนิเวศวิทยา ผลสุกเป็นแหล่งสารอาหารที่สำคัญ (คาร์โบไฮเดรตและวิตามิน) สำหรับสัตว์ป่าและนกหลายชนิด
การแปรรูป :
ไม้ประดับและพุทธบูชา : นิยมปลูกในวัด สวนสาธารณะ หรือพื้นที่กว้างเพื่อให้ร่มเงา เป็นต้นไม้ที่มีอายุยืนยาวและถือเป็นไม้มงคลตามความเชื่อทางศาสนา
เส้นใย : เปลือกชั้นในและรากอากาศสามารถนำมาทำเป็นเชือกหรือด้ายหยาบๆ ได้ในบางท้องถิ่น
ยาง : ในอดีตมีการนำน้ำยางมาใช้เป็นส่วนผสมของกาวติดดักนก หรือใช้ทำครั่ง