ชื่อพื้นเมือง / อื่นๆ : ชุมแสง (ภาคกลาง), แสง (นครพนม), ผักหวาน (ปราจีนบุรี), กะโดนแสง (ภาคอีสาน)
ชื่อสามัญ :
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Xanthophyllum lanceatum J.J.Sm.
ชื่อวงศ์: XANTHOPHYLLACEAE
ถิ่นกำเนิด : เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทางตอนเหนือของออสเตรเลีย มักพบตามป่าริมน้ำหรือที่ราบลุ่มที่มีความชื้นสูง
ลักษณะทางพฤกษาศาสตร์ :
ลำต้น : ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 10–20 เมตร เปลือกต้นสีเทาหรือน้ำตาลอ่อน แตกเป็นร่องตามยาว เนื้อไม้แข็งและเหนียวมาก
ใบ : ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับหรือเกือบตรงข้าม รูปรีหรือรูปใบหอก ปลายใบแหลมหรือมน ขอบใบเรียบหรือหยักมนเล็กน้อย แผ่นใบหนา ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน
ดอก : ออกเป็นช่อกระจุกตามปลายกิ่งหรือซอกใบ ดอกมีเกสรเพศผู้เป็นเส้นฝอยจำนวนมากแผ่ออกคล้ายรัศมี (ดูคล้ายดอกกระถินหรือดอกชมพู่) มีทั้งชนิดดอกสีเหลืองสดและสีแดงตามสายพันธุ์
ผลและเมล็ด : ผลมีลักษณะแห้ง ทรงกลมหรือรูปไข่ เมื่อแก่จะแตกออก ภายในมีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก
สรรพคุณทางยา :
เปลือกต้นและแก่น : ใช้ต้มดื่มช่วยบำรุงโลหิต แก้ปัสสาวะพิการ หรือใช้ชำระล้างบาดแผล
ใบ : นำมาต้มดื่มช่วยขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ
ราก : ใช้ฝนหรือต้มกินช่วยแก้ไข้
คุณค่าทางโภชนาการ :
ยอดอ่อนและใบอ่อนมีรสชาติมันอมเปรี้ยวเล็กน้อย มีวิตามินและแร่ธาตุสูง นิยมใช้เป็นผักสดเคียงกับอาหารรสจัด
การแปรรูป :
อาหาร : ยอดอ่อนนำมาใช้เป็นผักจิ้มน้ำพริก หรือนำไปใส่ในแกงเพื่อเพิ่มรสชาติ
งานก่อสร้าง : เนื่องจากเนื้อไม้มีความแข็งแรงทนทานมากและทนปลวกได้ดี ในสมัยก่อนจึงนิยมนำมาทำเสาบ้าน เสาเข็ม หมอนรองรางรถไฟ หรือทำด้ามเครื่องมือการเกษตร
ไม้ประดับ : ปัจจุบันนิยมปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อให้ร่มเงาและชมดอกที่สวยงาม โดยเฉพาะชนิดดอกสีเหลือง (Golden Penda)