ชื่อพื้นเมือง / อื่นๆ : อินทรชิต (ภาคกลาง), ตะเกรียบ (ชลบุรี), ตะแบกขน (นครราชสีมา), เสลาใบใหญ่ (น่าน)
ชื่อสามัญ : Thai bungor
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Lagerstroemia loudonii Teijsm. & Binn.
ชื่อวงศ์ : LYTHRACEAE
ถิ่นกำเนิด : ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบมากในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบ และป่าชายหาดของประเทศไทย
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
ลำต้น : ไม้ยืนต้นขนาดกลาง ผลัดใบ สูง 10–20 เมตร ลำต้นมักขรุขระ เปลือกสีเทาเข้ม แตกเป็นร่องลึกตามยาว กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุมหนาแน่น
ใบ : ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกัน รูปไข่แกมขอบขนาน ปลายใบแหลมเป็นติ่ง แผ่นใบมีขนทั้งสองด้าน (เป็นลักษณะเด่นที่ต่างจากตะแบกและอินทนิลที่จะผิวเรียบกว่า)
ดอก : ออกเป็นช่อตามกิ่งและปลายกิ่ง กลีบดอกย่นมี 6 กลีบ มีสีม่วง ม่วงอมชมพู หรือขาว เกสรเพศผู้จำนวนมากสีเหลือง มักบานในช่วงเดือนธันวาคม–มีนาคม
ผลและเมล็ด : ผลรูปเกือบกลม เปลือกแข็ง เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลดำและแตกออกเป็น 5-6 แฉก ภายในมีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมากมีปีกบางๆ
สรรพคุณทางยา :
เปลือกต้น : ใช้ต้มดื่มช่วยสมานท้อง แก้ท้องเสีย แก้บิด และช่วยรักษาแผลในปาก
ใบ : นำมาต้มดื่มช่วยลดไข้ หรือตำพอกแก้ผื่นคันตามผิวหนัง
ผล : ผลแห้งนำมาฝนใช้ทาแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย
คุณค่าทางโภชนาการ :
ในทางโภชนาการไม่ได้มีการนำมาบริโภคเป็นอาหารหลัก แต่เปลือกและใบมีสารในกลุ่มแทนนิน (Tannin) สูง ซึ่งมีฤทธิ์ในการฝาดสมาน
การแปรรูป :
งานก่อสร้าง : เนื้อไม้เสลามีความแข็งแรง ทนทาน และมีลวดลายสวยงาม นิยมนำมาทำกระดานพื้น ฝาบ้าน เครื่องเรือน เสาบ้าน และเครื่องมือกสิกรรม
ไม้ประดับ : เป็นต้นไม้ที่นิยมปลูกประดับริมทางหรือสวนสาธารณะ เพราะมีทรงพุ่มสวยงามและดอกดกหนาแน่นเป็นสีม่วงชมพูดูสบายตา
เชื้อเพลิง : กิ่งก้านและเนื้อไม้ใช้ทำฟืนหรือถ่านคุณภาพดีให้ความร้อนสูง