ชื่อพื้นเมือง / อื่นๆ : โมกบ้าน, โมกซ้อน, โมกพวง (ภาคกลาง), หลักป่า (ระยอง), ปิดจงวา (เขมร-สุรินทร์)
ชื่อสามัญ: Water jasmine
ชื่อวิทยาศาสตร์: Wrightia religiosa (Teijsm. & Binn.) Benth. ex Kurz
ชื่อวงศ์: APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด : เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย พม่า มาเลเซีย และเวียดนาม
ลักษณะทางพฤกษาศาสตร์ :
ลำต้น : ไม้พุ่มขนาดกลาง สูงประมาณ 2–5 เมตร เปลือกต้นเรียบสีเทาเข้ม มีจุดประสีขาวกระจายอยู่ทั่วไป แตกกิ่งก้านสาขามาก ทุกส่วนของต้นมีน้ำยางสีขาว
ใบ : ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกัน รูปรีหรือรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมน แผ่นใบสีเขียวอ่อนและบาง ผิวใบเรียบ เส้นใบเห็นชัดเจน
ดอก : ออกเป็นช่อสั้นๆ ตามซอกใบ ดอกสีขาวสะอาด มีกลิ่นหอมแรง (โดยเฉพาะช่วงค่ำและเช้ามืด) กลีบดอกมีทั้งชั้นเดียวและดอกซ้อน ดอกมักห้อยหัวลงดินคล้ายระฆังเล็กๆ
ผลและเมล็ด : ผลเป็นฝักคู่ ทรงกระบอกเรียวยาว ปลายฝักแหลม โค้งเข้าหากัน เมื่อแก่จัดจะเป็นสีน้ำตาลดำและแตกออกตามยาว ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก และมีขนสีขาวติดอยู่ที่ปลายเมล็ดช่วยในการปลิวไปตามลม
สรรพคุณทางยา :
ราก : ใช้ต้มดื่มเพื่อช่วยบำรุงธาตุ แก้โรคผิวหนัง แก้พิษสัตว์กัดต่อย และช่วยขับปัสสาวะ
ใบ : ใช้ขับระดู และช่วยแก้โรคบิด
ดอก : กลิ่นหอมช่วยให้ผ่อนคลาย (สุคนธบำบัด) และใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ
คุณค่าทางโภชนาการ :
ไม่นิยมนำมารับประทาน แต่สารสกัดจากดอกมีคุณสมบัติในการยับยั้งแบคทีเรียและมีสารต้านอนุมูลอิสระ
การแปรรูป :
ไม้ประดับและสิริมงคล : นิยมปลูกเป็นไม้ดัด (Bonsai) หรือปลูกเป็นแนวรั้วบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล (เชื่อว่าช่วยคุ้มครองป้องกันภัยและทำให้จิตใจบริสุทธิ์)
น้ำหอมและเครื่องหอม : ดอกนำไปสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยหรือใช้ปรุงเครื่องหอมแบบไทย
งานหัตถกรรม : กิ่งโมกมีความเหนียวและยืดหยุ่นสูง ในสมัยก่อนนิยมนำมาทำเป็นคันเบ็ดตกปลาหรือโครงสร้างงานฝีมือขนาดเล็ก