ชื่อพื้นเมือง / อื่นๆ : อินทนิล (ภาคกลาง), ฉ่วงมู จ่วงมู (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), ตะแบกดำ (กรุงเทพฯ), บาเอ (มลายู-ปัตตานี), ผักก่อกะแซ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
ชื่อสามัญ: Pride of India
ชื่อวิทยาศาสตร์: Lagerstroemia speciosa (L.) Pers.
ชื่อวงศ์ : POACEAE
ถิ่นกำเนิด : ภูมิภาคเอเชียเขตร้อน เช่น ไทย พม่า อินเดีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ มักพบตามที่ลุ่มริมน้ำ ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบชื้น
ลักษณะทางพฤกษาศาสตร์ :
ลำต้น : ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 10–25 เมตร ผลัดใบแต่ระยะเวลาผลัดใบสั้น ลำต้นเปลาตรง ทรงพุ่มแผ่กว้าง เปลือกต้นสีเทาหรือน้ำตาลอ่อน ค่อนข้างเรียบหรือหลุดลอกเป็นแผ่นบางๆ
ใบ : ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันหรือเยื้องกันเล็กน้อย รูปขอบขนานหรือรูปไข่แกมขอบขนาน ปลายใบมนหรือแหลมเป็นติ่งสั้นๆ เนื้อใบหนา ผิวใบเรียบเป็นมันทั้งสองด้าน
ดอก : ออกเป็นช่อขนาดใหญ่ตามปลายกิ่ง ดอกมีสีม่วง ม่วงอมชมพู หรือชมพู กลีบดอกย่น 6 กลีบ เมื่อดอกใกล้โรยจะเปลี่ยนเป็นสีขาว มักออกดอกในช่วงเดือนมีนาคม–มิถุนายน
ผลและเมล็ด : ผลรูปไข่หรือรูปทรงกลม ผิวแข็งคล้ายไม้ เมื่อแก่จะแตกออกเป็น 6 แฉก ภายในมีเมล็ดสีน้ำตาลขนาดเล็กจำนวนมาก มีปีกบางๆ ที่ปลายเมล็ดช่วยในการกระจายพันธุ์ตามลม
สรรพคุณทางยา :
ใบ : ใบแก่จัดหรือใบแห้งนำมาต้มดื่ม มีฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด (รักษาโรคเบาหวาน) ลดความดันโลหิต และช่วยขับปัสสาวะ
เปลือกต้น : ใช้ต้มดื่มแก้ท้องเสีย แก้บิด และช่วยสมานแผลในปาก
ราก : ใช้รักษาแผลในปากและคอ และเป็นยาขับพยาธิ
เมล็ด : ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ
คุณค่าทางโภชนาการ :
ในทางโภชนาการไม่ได้นำมาบริโภคเป็นอาหารหลัก แต่ในใบมีสารสำคัญคือ Corosolic acid ซึ่งได้รับการยอมรับทางการแพทย์ว่ามีฤทธิ์คล้ายอินซูลิน ช่วยในการเผาผลาญน้ำตาล
การแปรรูป :
ผลิตภัณฑ์สมุนไพร : นำใบแห้งมาแปรรูปเป็น "ชาใบอินทนิล" สำหรับชงดื่มเพื่อสุขภาพและควบคุมระดับน้ำตาล
งานก่อสร้างและเครื่องเรือน : เนื้อไม้มีสีน้ำตาลแดง แข็งแรงและเหนียว นิยมนำมาทำกระดานพื้น เสาบ้าน รอด ตง หรือทำเรือขุด รวมถึงเครื่องมือกสิกรรมต่างๆ
ไม้ประดับ : นิยมปลูกประดับสวนสาธารณะและริมถนนเพื่อความสวยงามและให้ร่มเงา (เป็นต้นไม้ประจำจังหวัดสกลนครและระนอง)