ชื่อพื้นเมือง / อื่นๆ : ไผ่เลี้ยง, ไผ่สร้างไพร (ภาคอีสาน), ไผ่ล้อม, ไผ่เลี้ยงหวาน
ชื่อสามัญ: Hedge bamboo
ชื่อวิทยาศาสตร์: Bambusa multiplex (Lour.) Raeusch. ex Schult.f.
ชื่อวงศ์ : POACEAE
ถิ่นกำเนิด : มีถิ่นกำเนิดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย มักพบตามป่าเบญจพรรณและนิยมปลูกตามหัวไร่ปลายนา
ลักษณะทางพฤกษาศาสตร์ :
ลำต้น : เป็นไผ่ประเภทแตกกอแน่น ลำต้นตั้งตรง ผิวเรียบเป็นมัน สีเขียวสดและจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมเหลืองเมื่อแก่ ข้อลำไม่พองตัว ไม่มีหนาม ความสูงประมาณ 5–12 เมตร เนื้อไม้ค่อนข้างหนา
ใบ : ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปใบหอกแคบ ปลายใบแหลม โคนใบมน แผ่นใบสีเขียว ผิวใบสากเล็กน้อย ขอบใบเรียบ เส้นใบขนานตามความยาวใบ
ดอก : ออกดอกเป็นช่อตามข้อของลำต้น ดอกมีขนาดเล็ก มักออกดอกเมื่อต้นมีอายุมากหรือขาดน้ำอย่างรุนแรง (การออกดอกของไผ่ส่วนใหญ่มักหมายถึงการสิ้นสุดอายุขัยของต้นนั้น)
ผลและเมล็ด : เมล็ดมีลักษณะคล้ายเมล็ดข้าวเปลือก เรียกว่า "ขุยไผ่"
สรรพคุณทางยา :
ใบ : นามมาต้มดื่มช่วยขับปัสสาวะ ลดความร้อนในร่างกาย
หน่อ : ช่วยขับเสมหะ (แต่ผู้ป่วยโรคเกาต์หรือโรคไตควรระมัดระวังเนื่องจากมีกรดยูริกสูง)
ราก : ใช้ต้มดื่มแก้ไข้ และขับปัสสาวะ
คุณค่าทางโภชนาการ :
หน่อไม้ : มีกากใยอาหาร (Fiber) สูง ช่วยในการขับถ่าย มีโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเฉพาะ "ไผ่เลี้ยงหวาน" จะมีรสชาติหวานกรอบและมีปริมาณไซยาไนด์ต่ำกว่าไผ่ป่า
การแปรรูป :
อาหาร : หน่อไม้นำมาต้ม แกงหน่อไม้ ซุปหน่อไม้ หรือแปรรูปเป็นหน่อไม้ดองและหน่อไม้อัดปี๊บ
งานจักสานและก่อสร้าง : เนื่องจากลำต้นมีลักษณะตรงและผิวสวย นิยมนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่ บันไดไม้ไผ่ ค้างผัก รั้วบ้าน หรืออุปกรณ์ประมง
ไม้ประดับ : นิยมปลูกเป็นไม้ประดับให้ร่มเงา หรือปลูกเป็นแนวกำแพงกันลมและบังสายตาเนื่องจากทรงพุ่มสวยและไม่มีหนาม